ทำไมรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคลังสินค้า

รถโฟล์คลิฟท์เป็นเครื่องจักรที่มีความสำคัญอย่างมากในการตลาดและภาคผลิตและในปัจจุบันนี้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องจักรชนิดอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้อัตราการปลดมลพิษหรือก๊าซเรือนกระจกนั้นได้ถูกควบคุมอย่างเข้มขึ้น และรถโฟล์คลิฟท์ก็มักจะถูกบ่อยขึ้นในอาคารที่ปิดหรือร้านค้าปลีก มากไปกว่านั้น ลูกค้าก็เลือกที่ซื้อรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าใหม่หรือแบบมือสองมันจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการเคลื่อนย้าน, การผลัก, การดัน, การยกของขนาดใหญ่

คุณจะเห็นว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้านั้นสามารถที่เคลื่อนไหวทำงานในพื้นที่แคบๆได้ไม่ว่าจะเป็นทางขึ้นทางลงในร้านค้าปลีก, ในไซต์ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม, โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ทั้งหลาย และที่สำคัญก็คือในคลังสินค้า เพราะว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเหล่านี้ต้องการพื้นที่ในการทำงานน้อยห้องอื่นๆที่สามารถนำมาเป็นจัดเก็บสินค้าได้ ซึ่งก็หมายความว่าคนขับหรือรับผิดชอบดูแลรถจะต้องได้รับฝึกฝนอบรมอย่างดีมีทักษะในการทำงานโดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีคนหรือพนักงานอื่นๆเดินไปมา

ส่วนหนึ่งของการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยก็คือ ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน, แบตเตอรี่จะจัดการระบบยกไฟฟ้า แบตเตอรี่ ดังนั้นแบตเตอรี่จึงจะมีประสิทธิภาพใช้งานได้ดีต่อหนึ่งกะ, หลังจากนั้นพวกมันก็จะต้องทำการชาร์จพลังงานให้เต็มสำหรับการใช้งานต่อไป รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าได้รับความนิยมในการเลือกใช้งานมากกว่าเพราะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่ามีการปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เสมอ

ความเป็นไปได้ในการหารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าที่ขายในสภาพใหม่เอื่ยมหรือใช้งานมาแล้ว ถ้าคุณสนใจที่ซื้อแบบว่าเก่าแต่เอามาโมดิฟายทำให้ใหม่ คุณจะต้องมั่นใจว่ามันคุ้มกับงบประมาณที่คุณลงทุนไป ในราคาประมาณ 40,000 กว่าบาทคุณก็จะได้มอเตอร์มีเพลามาด้วยหรือมีการดัดแปลงก้านเพลามาแล้ว นอกจากนี้ต้องตรวจสอบฉนวนกันความร้อนและสัญญานเตือนต่างๆ

ในเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือค่าเชื้อเพลิงนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจมาก รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจะมีค่าใข้จ่ายหรือค่าเชื้อเพลิงน้อยกว่ารถประเภทอื่นๆ การชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ต่อ 1 ครั้งนั้นจะให้เวลาการทำงานได้ยาวนาน 6-7 ชั่วโมง แต่มันก็ใช้เวลานานมากในการชาร์จกระแสไฟฟ้าในแต่ละครั้งนั้น 16 ชั่วโมง ดังนั้นในบางบริษัทอาจจะต้องมีแบตเตอรี่มากกว่า 1 อันในการใช้งาน

ด้านการปล่อยมลพิษซึ่งมีส่วนต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราหรือผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากหากต้องทำงานภายในอาคาร รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้านั้นเป็นทางเลือกที่ไม่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมเลยโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าไปรอบๆคลังสินค้าก็ไม่มีมลพิษใดๆเลย

เลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การพิจารณาเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ หรือ รถยกสินค้า เป็นรถที่ถูกดัดแปลงมาจากรถยก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งสมัยนั้นไม่มีการเทคโนโลยีทางด้านเครื่องยนต์กลไกมากนัก จึงยังไม่มีระบบไฮดรอลิค มีเพียงรอกเป็นตัวดึงโซ่ไว้สำหรับยกของเท่านั้น และความสามารถก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก ยกได้ไม่สูง ไม่มีคนนั่งขับ

จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รถโฟล์คลิฟท์จึงได้รับการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการในเรื่องของการขนส่งสินค้า ความต้องการใช้สินค้าด้านอุปโภคบริโภค รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ก็จำเป็นต้องมีการผลิตใช้และขนส่งอย่างเร่งด่วน จึงมีการปรับปรุงรถโฟล์คลิฟท์ใหม่ มีแท่นวางสินค้า มีเครื่องยนต์แบบที่ใช้กับไฟฟ้าได้ มีงาในการยกของขึ้นลง แบตเตอรี่ก็สามารถใช้ติดต่อกันได้นานถึง 8 ชั่วโมง และมีคนขับ เมื่อทราบประวัติรถโฟล์คลิฟท์แล้ว คราวนี้มาทำความรู้จักในเรื่องของประเภทรถโฟล์คลิฟท์กันต่อ

ประเภทของรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ แปลตรงตัวมาจากคำว่า “FORKLIFT” ซึ่งเป็นความหมายของคำผสมกัน คือ Fork ซึ่งหมายถึง ช้อนส้อม มาจากสัญลักษณ์ตัวงา ของรถที่ใช้สำหรับยกของ ส่วนคำว่า Lift นั้นก็คือ การยกขึ้น-ลง แบ่งไปตามการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ได้ดังนี้
1. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์ดีเซล
2. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์แก๊สโซลีน
3. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์ LPG
4. รถโฟล์คลิฟท์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังแบ่งไปตามโครงสร้างการใช้งานของรถ
1. แบบนั่งขับ : ซึ่งเป็นรถที่มีโครงสร้างค่อนข้างใหญ่ แต่สามารถยกของที่มีน้ำหนักได้ดี และยกได้สูง
2. แบบยืนขับ : เป็นรถขนาดเล็ก วงเลี้ยวไม่กว้างมากจึงเหมาะสำหรับพื้นที่แคบๆและในอาคาร ไม่เหมาะกับทางต่างระดับ ทางลาดชัน

การเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์

แนวทางการเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์นั้น ก่อนอื่นจะต้องคำนึงถึงสถานที่ที่คุณจะต้องนำรถโฟล์คลิฟท์ไปใช้งานเสียก่อน เช่น ใช้งานในอาคาร หรือ ในสถานที่โล่ง เพราะจะมีความแตกต่างกันระหว่างรถทั้งสองประเภท ถ้าคุณต้องการรถไปใช้ยกของสโตร์ มีชั้นวางของไม่สูงมากนัก มีสถานที่แคบไม่กว้าง ปริมาณการยกสินค้าหรือจัดเก็บสิ่งของก็ไม่มากนัก ไม่ใช่บ่อยครั้ง การเลือกใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า จะเหมาะกว่า เพราะไม่ส่งเสียงดังรบกวนขณะที่ทำงาน เลี้ยวในที่แคบๆได้ บำรุงได้ง่ายไม่ต้องกังวลในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ เพียงแต่จะต้องหมั่นชาร์จแบตเตอรี่ไว้ให้เพียงพอกับการใช้งานในคราวต่อไป

แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการใช้งานบ่อยครั้ง ไม่จำกัดเวลา ยกของที่มีน้ำหนักมาก และอยู่ภายนอกอาคารไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเสียงหรือมลพิษเพราะอากาศไม่ไหลเวียน ก็ต้องตัดสินใจเลือก รถโฟล์คลิฟท์แบบเครื่องยนต์ดีเซล เพราะว่ามันถูกสร้างให้เหมาะกับการทำงานทุกสภาวะ ทนแดดทนร้อนได้ดี การบำรุงรักษาก็เป็นสามารถทำได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับเครื่องยนต์เชื้อเพลิงอยู่แล้ว และอะไหล่ก็หาได้ง่าย

เมื่อพิจารณาในเรื่องสถานที่การใช้งานแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อไปคือ ราคา ซึ่งปัจจุบันมีผู้จำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์หลายราย และราคาก็แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกที่ชื่อเสียง คุณภาพการให้บริการ และบริการหลังการขายด้วย

รีไฟแนนซ์ทำได้ง่ายๆไม่กี่ขั้นตอน

การยื่นขอรีไฟแนนซ์แบบไม่ต้องเสี่ยงดวงอีกต่อไป

รีไฟแนนซ์รถยนต์ด้วยขั้นตอนง่าย 3 ขั้นตอนกับเอส.อาร์. สมาร์ทคาร์ ผู้เป็นตัวแทนทางด้านการเงินของสถาบันการเงินระดับสูง ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารธนชาติ, ซิตี้ ลิสซิ่ง จึงทำให้เราสามารถเจรจาตกลงข้อสิทธิพิเศษที่สุดให้กับลูกค้าได้

ปัจจุบันการซื้อขายรถยนต์หรือรีไฟแนนซ์รถยนต์มีความเสี่ยงสูงมากหากลูกค้าไม่มีการตรวจสอบบริษัทที่ให้สินเชื่อที่มีความน่าเชื่อถือ ควรจะเลือกบริษัทที่มีประวัติ มีที่อยู่ชัดเจน และการทำธุรกรรมจะต้องทำในสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือได้เช่น บริษัทผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งจะต้องไม่ใช้ที่บ้านของผู้ขอรีไฟแนนซ์ การจอดรถทิ้งไว้ในระหว่างทำธุรกรรมก็เป็นเรื่องเสี่ยงเช่นกันเพราะว่า หากทำธุรกรรมกับผู้ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ รถยนต์ของท่านอาจจะถูกนำไปขายต่อได้โดยง่าย

การเลือกสถาบันที่จะยื่นขอรีไฟแนนซ์นั้น บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากจนเกินไปสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยจะมีเวลาหาข้อมูล หรืออาจจะรู้จักจากโฆษณาจากสื่อทั่วไป แต่ก็รายละเอียดในการยื่นระเบียบการนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้ขอรีไฟแนนซ์ต้องการ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงไป หรือ มีข้อแม้บางประการที่ไม่สามารถจะยื่นขอได้ ทำให้เสียเวลาในการติดต่อ การเลือกใช้ตัวแทนหรือคนกลางในการติดต่อแทนคุณนั้น หากคุณเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ และมีเครดิตที่ดีในสายตาของสถาบันการเงิน ก็จะสามารถช่วยให้การดำเนินการขอรีไฟแนนซ์ของคุณผ่านขั้นตอนไปได้ด้วยดี และได้ข้อเสนออย่างที่คุณคาดหวังไว้

การทำรีไฟแนนซ์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เพียงแค่คุณยกโทรศัพท์ และติดต่อ กับเอส.อาร์. สมาร์ทคาร์ ใน 3 ขั้นตอนเท่านั้น โทรมาหาเรา เพื่อให้เราช่วยแนะนำวิธีการต่างๆ ต่อไปเพียงนำเอกสารมาเซ็นต์ที่บริษัทซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และใช้เวลาไม่นาน จากนั้นยกให้เป็นหน้าที่ของเราที่จะเป็นผู้ประสานงาน พูดคุยเจรจาต่อรอง ขออนุมัติสินเชื่อให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาทำอะไรเลยในขั้นตอนนี้ สุดท้าย คุณก็จะได้รับเงิน และจ่ายค่าบริการให้กับเราเท่านั้น ง่ายดายอย่างที่คุณไม่คาดฝัน

รีไฟแนนซ์กับ เอส.อาร์. สมาร์ทคาร์ ดีอย่างไร?

ด้วยบริการการติดต่อขอรีไฟแนนซ์ที่ครบวงจร บริการด้วยความใส่ใจช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณอย่างเต็มความสามารถ บริการนี้จึงเหมาะกับคนที่
• มีรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ, รถเก๋ง, รถตู้, รถสปอร์ต, รถหรู ตั้งแต่ปี 1997 ขึ้นไป
• ได้เงินทันทีเมื่อธุรกรรมเสร็จสิ้น
• ต้องการใช้เงินด่วน เราสามารถสำรองให้ก่อนได้ (ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท)
• ไม่ชอบความยุ่งยากในการติดต่อ ขั้นตอนต่างๆที่วุ่นวาย และเสียเวลา
• ติดแบล็คลิส เครดิตบูโร ต้องการคนช่วยเหลือ
• ไม่อยากจอดรถไว้ระหว่างที่ทำธุรกรรม

หากท่านเป็นคนที่ชอบความรวดเร็ว การให้บริการมีมาตรฐาน ไม่มีขั้นตอนมากมาย และต้องการได้รับเงินไปใช้ทันทีสามารถติดต่อขอยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ ได้ที่ เอส.อาร์. สมาร์ทคาร์ ได้ที่ สายด่วน 086-908-3311 ,086-983-1001 ,099-147-9479