ขับรถเช่าเชียงใหม่ เที่ยวโครงการหลวง

เช่ารถเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางโครงการหลวง

โครงการหลวง หรือ มูลนิธีโครงการหลวง แต่เดิมนั้นมีชื่อเรียกว่า โครงการหลวงพัฒนาชาวไทยภูเขา นั่นเองซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่มีโครงการอยู่หลายสิบแห่ง แต่เราจะต้องหารถเช่าเชียงใหม่ให้ได้เสียก่อนจึงจะได้ไปเที่ยวตามแผนที่วางไว้ รถเช่าเชียงใหม่นั้นมีมากมายอยู่ผู้ประกอบการมาก ขึ้นอยู่กับการให้บริการ สำหรับเรานั้นเรามุ่งเน้นไปที่ราคาที่ให้เช่าก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งรถที่จะใช้ไปเที่ยวนี้จะต้องขึ้นเขาลงห้วยบุกได้สมควรดังนั้น รถเก๋งหรูๆเราขอมองผ่าน ตัวเลือกที่สำคัญที่สุดก็คือ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ ผู้ให้บริการรถเช่าเชียงใหม่บางรายจะเรียกว่ารถ SUV เครื่องแรงหน่อยแบบว่าสั่งได้ตามใจต้องการ

เมื่อได้สเปคของรถเช่าแล้ว คราวนี้ก็จัดการติดต่อจ่ายเงินรับรถได้เลยซึ่งการเลือกรถนี่ หากใช้บริการเป็นประจำก็จะมั่นใจในระดับหนึ่ง หากเราระบุกับผู้ให้บริการรถเช่าเชียงใหม่เลยว่า ต้องการรถที่ขึ้นเขาได้แบบสบายๆไม่ต้องกลัวเบรคไหม้ หรือเครื่องร้อนเกิน ทางผู้ให้บริการก็จะคัดเลือกรถที่มีคุณภาพไว้คอยบริการเราแล้ว ทำไมต้องเป็นรถเช่าเชียงใหม่ รถเช่าจากที่อื่นได้หรือไม่ จากประสบการณ์แล้ว การหารถเช่าในพื้นที่ที่เราจะไปนั้นมักจะดีกว่าการเช่ารถจากพื้นที่อื่นๆ เพราะในพื้นที่มักจะรู้จักสภาพภูมิประเทศที่ท่องเที่ยวได้ดี และสามารถเลือกรถที่ตรงกับการใช้งานของเราได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าเราใช้บริการจากที่อื่น บางคนอาจจะไม่ค่อยสันทัดในเรื่องของการเลือกรถให้เราหรือแนะนำไม่ค่อยตรงจุดมากนัก

จบขั้นตอนการหารถเช่าเชียงใหม่แล้ว เราก็จัดการรับรถและลุยกันได้เลย โดยโครงการหลวงที่เราจะไป ก็คือ โครงการหลวงที่อ่างข่าง หรือ สถานีเกษตรอ่างข่าง ใครไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้แวะเที่ยวสัมผัสบรรยากาศที่นี้นับว่าขาดทุนย่อยยับเพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิต บรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ เพราะที่นี้เป็นแหล่งของงานวิจัยไม้ผลและพืชผักฤดูหนาว เป็นสถานีที่ช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาให้อยู่ดีกินดี จนการปลูกฝิ่นได้หายไปจนหมดสิ้น

เราจึงต้องไปดูให้เห็นว่า ในหลวงท่านทรงงานเพื่อพสกนิกรของท่านอย่างไร ทำไมถึงได้ผลลัพธ์ที่ดีมากจนสามารถพูดได้เต็มปากว่า เป็นการช่วยให้ประชาชนให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพดีที่สุด สถานที่ที่น่าสนใจก็คือ สวน 80 ที่เป็นสวนปลูกพืชพรรณไม้ดอกหรือไม้เมืองหนาวไว้มากมาย แน่นอนว่าจะต้องมาตอนฤดูหนาว สำหรับคนที่ชื่นชอบดอกไม้ จะพลาด สวนหอม ไปไม่ได้เพราะเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด เช่น กุหลาบอังกฤษ 240 สายพันธุ์

ขับรถช้าๆไปตามเส้นทางที่สถานีบอกไว้เป็นระยะๆ จะพบแปลงปลูกพลัม, พีซ, บ๊วย, ท้อ, กีวี ที่น่าสนใจก็จะเป็นพืชผักที่เราได้เห็นเขาเอามาทำสลัดขาย มีโรงเรือนพันธุ์ไม้หลายโรง หากมีเวลาควรจะเดินดูศึกษาให้ครบเพราะน่าสนใจมาก โดยเฉพาะกลุ่มพันธุ์ไม้กินแมลง มีรูปแบบที่แปลกตามาก นอกจากนี้ภายในสถานียังมีร้านขายผลิตภัณฑ์ของสถานีจะซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือก็ไม่ยากเลย อีกทั้งยังมีร้านกาแฟสดสำหรับคอกาแฟอีกด้วย

เชียงใหม่มีโครงการจำนวนมาก ที่รอให้คุณไปค้นหา ไปศึกษา ไปเที่ยวชมซึ่งการเดินทางหากจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่คนที่ไม่มีรถยนต์ก็มีสิทธิ์เที่ยวได้ มองหารถเช่าเชียงใหม่สักที่แล้วขับไปเที่ยวตามฝันที่คุณต้องการ ชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องยากทั้งหมด และไม่ได้ง่ายเสมอไป ต้องอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์

ทำไมรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคลังสินค้า

รถโฟล์คลิฟท์เป็นเครื่องจักรที่มีความสำคัญอย่างมากในการตลาดและภาคผลิตและในปัจจุบันนี้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องจักรชนิดอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้อัตราการปลดมลพิษหรือก๊าซเรือนกระจกนั้นได้ถูกควบคุมอย่างเข้มขึ้น และรถโฟล์คลิฟท์ก็มักจะถูกบ่อยขึ้นในอาคารที่ปิดหรือร้านค้าปลีก มากไปกว่านั้น ลูกค้าก็เลือกที่ซื้อรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าใหม่หรือแบบมือสองมันจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการเคลื่อนย้าน, การผลัก, การดัน, การยกของขนาดใหญ่

คุณจะเห็นว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้านั้นสามารถที่เคลื่อนไหวทำงานในพื้นที่แคบๆได้ไม่ว่าจะเป็นทางขึ้นทางลงในร้านค้าปลีก, ในไซต์ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม, โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ทั้งหลาย และที่สำคัญก็คือในคลังสินค้า เพราะว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเหล่านี้ต้องการพื้นที่ในการทำงานน้อยห้องอื่นๆที่สามารถนำมาเป็นจัดเก็บสินค้าได้ ซึ่งก็หมายความว่าคนขับหรือรับผิดชอบดูแลรถจะต้องได้รับฝึกฝนอบรมอย่างดีมีทักษะในการทำงานโดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีคนหรือพนักงานอื่นๆเดินไปมา

ส่วนหนึ่งของการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยก็คือ ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน, แบตเตอรี่จะจัดการระบบยกไฟฟ้า แบตเตอรี่ ดังนั้นแบตเตอรี่จึงจะมีประสิทธิภาพใช้งานได้ดีต่อหนึ่งกะ, หลังจากนั้นพวกมันก็จะต้องทำการชาร์จพลังงานให้เต็มสำหรับการใช้งานต่อไป รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าได้รับความนิยมในการเลือกใช้งานมากกว่าเพราะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่ามีการปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เสมอ

ความเป็นไปได้ในการหารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าที่ขายในสภาพใหม่เอื่ยมหรือใช้งานมาแล้ว ถ้าคุณสนใจที่ซื้อแบบว่าเก่าแต่เอามาโมดิฟายทำให้ใหม่ คุณจะต้องมั่นใจว่ามันคุ้มกับงบประมาณที่คุณลงทุนไป ในราคาประมาณ 40,000 กว่าบาทคุณก็จะได้มอเตอร์มีเพลามาด้วยหรือมีการดัดแปลงก้านเพลามาแล้ว นอกจากนี้ต้องตรวจสอบฉนวนกันความร้อนและสัญญานเตือนต่างๆ

ในเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือค่าเชื้อเพลิงนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจมาก รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจะมีค่าใข้จ่ายหรือค่าเชื้อเพลิงน้อยกว่ารถประเภทอื่นๆ การชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ต่อ 1 ครั้งนั้นจะให้เวลาการทำงานได้ยาวนาน 6-7 ชั่วโมง แต่มันก็ใช้เวลานานมากในการชาร์จกระแสไฟฟ้าในแต่ละครั้งนั้น 16 ชั่วโมง ดังนั้นในบางบริษัทอาจจะต้องมีแบตเตอรี่มากกว่า 1 อันในการใช้งาน

ด้านการปล่อยมลพิษซึ่งมีส่วนต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราหรือผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากหากต้องทำงานภายในอาคาร รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้านั้นเป็นทางเลือกที่ไม่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมเลยโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าไปรอบๆคลังสินค้าก็ไม่มีมลพิษใดๆเลย

เลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การพิจารณาเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ หรือ รถยกสินค้า เป็นรถที่ถูกดัดแปลงมาจากรถยก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งสมัยนั้นไม่มีการเทคโนโลยีทางด้านเครื่องยนต์กลไกมากนัก จึงยังไม่มีระบบไฮดรอลิค มีเพียงรอกเป็นตัวดึงโซ่ไว้สำหรับยกของเท่านั้น และความสามารถก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก ยกได้ไม่สูง ไม่มีคนนั่งขับ

จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รถโฟล์คลิฟท์จึงได้รับการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการในเรื่องของการขนส่งสินค้า ความต้องการใช้สินค้าด้านอุปโภคบริโภค รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ก็จำเป็นต้องมีการผลิตใช้และขนส่งอย่างเร่งด่วน จึงมีการปรับปรุงรถโฟล์คลิฟท์ใหม่ มีแท่นวางสินค้า มีเครื่องยนต์แบบที่ใช้กับไฟฟ้าได้ มีงาในการยกของขึ้นลง แบตเตอรี่ก็สามารถใช้ติดต่อกันได้นานถึง 8 ชั่วโมง และมีคนขับ เมื่อทราบประวัติรถโฟล์คลิฟท์แล้ว คราวนี้มาทำความรู้จักในเรื่องของประเภทรถโฟล์คลิฟท์กันต่อ

ประเภทของรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ แปลตรงตัวมาจากคำว่า “FORKLIFT” ซึ่งเป็นความหมายของคำผสมกัน คือ Fork ซึ่งหมายถึง ช้อนส้อม มาจากสัญลักษณ์ตัวงา ของรถที่ใช้สำหรับยกของ ส่วนคำว่า Lift นั้นก็คือ การยกขึ้น-ลง แบ่งไปตามการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ได้ดังนี้
1. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์ดีเซล
2. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์แก๊สโซลีน
3. รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์ LPG
4. รถโฟล์คลิฟท์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังแบ่งไปตามโครงสร้างการใช้งานของรถ
1. แบบนั่งขับ : ซึ่งเป็นรถที่มีโครงสร้างค่อนข้างใหญ่ แต่สามารถยกของที่มีน้ำหนักได้ดี และยกได้สูง
2. แบบยืนขับ : เป็นรถขนาดเล็ก วงเลี้ยวไม่กว้างมากจึงเหมาะสำหรับพื้นที่แคบๆและในอาคาร ไม่เหมาะกับทางต่างระดับ ทางลาดชัน

การเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์

แนวทางการเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์นั้น ก่อนอื่นจะต้องคำนึงถึงสถานที่ที่คุณจะต้องนำรถโฟล์คลิฟท์ไปใช้งานเสียก่อน เช่น ใช้งานในอาคาร หรือ ในสถานที่โล่ง เพราะจะมีความแตกต่างกันระหว่างรถทั้งสองประเภท ถ้าคุณต้องการรถไปใช้ยกของสโตร์ มีชั้นวางของไม่สูงมากนัก มีสถานที่แคบไม่กว้าง ปริมาณการยกสินค้าหรือจัดเก็บสิ่งของก็ไม่มากนัก ไม่ใช่บ่อยครั้ง การเลือกใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า จะเหมาะกว่า เพราะไม่ส่งเสียงดังรบกวนขณะที่ทำงาน เลี้ยวในที่แคบๆได้ บำรุงได้ง่ายไม่ต้องกังวลในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ เพียงแต่จะต้องหมั่นชาร์จแบตเตอรี่ไว้ให้เพียงพอกับการใช้งานในคราวต่อไป

แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการใช้งานบ่อยครั้ง ไม่จำกัดเวลา ยกของที่มีน้ำหนักมาก และอยู่ภายนอกอาคารไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเสียงหรือมลพิษเพราะอากาศไม่ไหลเวียน ก็ต้องตัดสินใจเลือก รถโฟล์คลิฟท์แบบเครื่องยนต์ดีเซล เพราะว่ามันถูกสร้างให้เหมาะกับการทำงานทุกสภาวะ ทนแดดทนร้อนได้ดี การบำรุงรักษาก็เป็นสามารถทำได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับเครื่องยนต์เชื้อเพลิงอยู่แล้ว และอะไหล่ก็หาได้ง่าย

เมื่อพิจารณาในเรื่องสถานที่การใช้งานแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อไปคือ ราคา ซึ่งปัจจุบันมีผู้จำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์หลายราย และราคาก็แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกที่ชื่อเสียง คุณภาพการให้บริการ และบริการหลังการขายด้วย