Skip to main content
รู้เท่าทัน กับกลยุทธ์ก่อนขายรถมือ 2 สามารถกดราคาขายให้ต่ำได้

รู้เท่าทัน กับกลยุทธ์ก่อนขายรถมือ 2 สามารถกดราคาขายให้ต่ำได้

รู้เท่าทัน กับกลยุทธ์ก่อนขายรถมือ 2 สามารถกดราคาขายให้ต่ำได้

            ขั้นชื่อว่ารถมือ 2 แล้ว การที่จะนำไปขายต่อ ตามแหลางรับซื้อ-ขายรถ หรือตามสื่อออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ ต่อให้รถรุ่นนั้น จะได้รับความนิยมมมากแค่ไหน ผู้ขายต้องควรทำใจไว้ส่วนหนึ่ง กับราคาที่ตกลง ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะตกมากหรือตกน้อยเท่านั้น เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ ก่อนขายรถทุกครั้งต้องรู้เท่าทันกลยุทธ์ดังต่อไปนี้

1.ก่อนขายรถมือ 2 มีหลักฐานการเช็คระยะจากศูนย์บริการหรือไม่

ต่อให้รถมือ 2 ของเราที่จะนำไปขาย สถาพภายนอกดูดีแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญไปไม่ได้ เพราะสามารถบ่งบอกได้ว่า รถคันนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ นั่นคือ สมุดบันทึกการเข้ารับบริการจากศูนย์บริการโดยตรง เพราะเมื่อนำรถเข้าเช็คระยะตามกำหนดทุกครั้ง ข้อมูลทั้งหมด ก็จะถูกบันทึกลงในระบบ รวมถึงสมุดเล่มดังกล่าว ซึ่งนำไปใช้เป็นเหตุผลการกดราคาให้ต่ำได้

2.กุญแจสำรอง ก็มีความสำคัญต่อการขายรถมือ 2 อย่างมาก

คนที่ต้องการขายรถมือ 2 ส่วนใหญ่มักคิดว่า “กุญแจสำรอง” จึงมองข้ามไป เพราะไม่ทราบถึงความสำคัญ ซึ่งรถทุกคันที่ออกจากโชว์รูมจะมีกุญแจ ประจำรถ 2 ชุด และกุญแจในยุคนี้ส่วนมากก็เป็นรีโมท ที่มีมาให้ 2 ชุด เมื่อนำรถออกประกาศขาย ผู้รับซื้อจะถามหากุญแจสำรองด้วย หากบังเอิญทำหาย หรือไม่มีกุญแจสำรอง ก็มีสิทธิ์โดนกดราคาลงไปอีกในระดับหลักหมื่นบาทได้เช่นกัน

3.รอยบุบ หรือรอยขีดข่วน คือเหตุผลกดราคาสุดเบสิก ของการขายรถมือ 2

“สภาพรอยขีดข่วนหรือรอยบุบ” เปรียบดังท่าไม้ตายของการซื้อ-ขายรถมือ 2 เนื่องจากหากรถมีปัญหาเหล่านี้ ผู้ซื้อมักจะอ้างว่า ต้องเอารถไปเก็บสี หรือซ่อมแซม เพราะไม่ว่ารถของคุณจะอยู่ในสภาพดีแค่ไหน เครื่องยนต์สมบูรณ์แค่ไหน แต่หากมีร่องรอยแม้แต่เพียงนิดเดียว ก็นำไปสู่การกดราคาขายได้แล้ว จะมากหรือน้อยก็อยู่ที่คนขาย ว่าสามารถแก้ไขร่องรอยที่เกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน

4.ปีจดทะเบียนไม่มีผลกับรถมือ 2 อีกต่อไปแล้ว

ในช่วงที่ผ่านมา คนที่ต้องการขายรถมือ 2 ส่วนใหญ่ มักจะดึงเวลาในการจดทะเบียนรถในปี พ.ศ ถัดไป เพื่อให้ในสมุดทะเบียนรถดูเป็นปัจจุบัน ทั้งที่พึ่งออกรถมาจากศูนย์มาเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ ไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

เนื่องจากผู้รับซื้อส่วนใหญ่ สามารถตรวจสอบจากประกันภัยของรถได้ ว่าเริ่มทำตอนเดือนไหน ที่สำคัญช่วงเวลาในการขายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากขายรถในช่วงที่ประกันภัยกำลังจะหมด ก็อาจทำให้ถูกกดราคาขายลงได้เช่นกัน