Skip to main content
ไฟแนนซ์ทั้ง 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร

ไฟแนนซ์ทั้ง 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?

ไฟแนนซ์ทั้ง 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?

ทุกวันนนี้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไฟแนนซ์จากหลายบริษัท จึงมีการจัดให้ทุกคนสามารถครอบครองยานพาหนะ เพื่อเอาไว้ใช้ขับขี่ ได้ง่ายดายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือมือสองก็ตาม ซึ่งตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องการซื้อรถได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

1.ไฟแนนซ์กับดีลเลอร์ หรือค่ายรถยนต์

คือการจัดไฟแนนซ์ จากบรรดาบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถแบรนด์ต่าง ๆ โดยตรง โดยตรง เช่น Honda Leasing , Toyota Leasing , Isuzu Leasing , Nissan Leasing , BMW Leasing และ Mercedes-Benz Leasing ฯ9ฯ ซึ่งเป็นวิธีการเช่าซื้อรถจากผู้ขาย หรือตัวแทนจำหน่าย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางแต่อย่างใด

2.ไฟแนนซ์รถมือสอง

คืออีกหนึ่งช่องทาง ที่ได้รับความนิยม สำหรับคนที่ต้องรถ เนื่องจากรถมือสองค่อนข้างมีราคาที่ถูก ไม่แพงจนเกินไป สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายไหว ซึ่งรถบางคันอาจมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับรถมือหนึ่ง แต่มีราคาที่ถูกกว่ากันมาก

ไฟแนนซ์รถมือสอง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ผ่านบริษัทขายรถมือสองโดยตรง ทั้งห้างขายรถและเต้นท์รถ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ ล้วนมีสถาบันการเงินสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา ส่วนแบบที่สองจะเป็นรถที่ดำเนินการซื้อขายกันเอง โดยอาจเป็นบุคคลใกล้ชิด พี่ น้อง หรือเครือญาติ ที่ทำการตกลงซื้อขายร่วมกัน ทั้งนี้ คนที่ต้องการซื้อรถต้องติดต่อธนาคารโดยตรงด้วยตัวเอง หรือบริษัทที่คอยช่วยเหลือด้านนี้

3.ไฟแนนซ์รถออนไลน์

คนที่ต้องการซื้อรถ ต้องคำนวณค่างวดให้รอบคอบเสมอ ว่ามีศักยภาพผ่อนไหวหรือไหม ซึ่งทุกวันนี้สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย ช่วยให้คนที่ต้องการซื้อรถประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แล้วยิ่งกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วง ยุค 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ก็เริ่มมีการลงทุน พร้อมกับมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าเน้นมาในด้านบริการมากขึ้น

ส่งผลให้ทางสถาบันธนาคารจึงได้มีบริการจัดสินเชื่อรถยนต์ออนไลน์ ที่สามารถเช็ควงเงินกู้ พร้อมกับคำนวณดอกเบี้ยให้อัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ จึงได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มาใช้งาน

ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมด้วยว่า ว่าสิ่งสำคัญในการขอจัดสินเชื่อรถยนต์ ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบด้าน ทั้ง เอกสาร หลักฐานเงินเดือน รายรับรายจ่าย หนังสือค้ำประกัน หรือเอกสารอื่น ๆ หากเตรียมทุกอย่างมาครบถ้น และติดต่อก่อนล่วงหน้า ก็จะทำให้ขอดำเนินการเรื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะตามปกติแล้วการยื่นขอสินเชื่อ มีการพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นขอเป็นหลัก พร้อมกับหลักฐานในการอ้างอิงด้วย ดังนั้น หากผู้ขอสินเชื่อให้ข้อมูลครบถ้วนและตรงความเป็นจริงทุกอย่าง โอกาสผ่านก็เพิ่มสูงมากขึ้นกว่าเดิม.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความอย่างเป็นทางการhttps://srsmartcar.co.th/