ขยาย: 

ธารน้ำแข็งในเทือกเขา Pyrenees กำลังจะหายไป

ธารน้ำแข็งในเทือกเขา Pyrenees จะหายไป ภายในปี 2050: นักวิทยาศาสตร์ประเทศสเปนกล่าว

ธารน้ำแข็ง

9 กันยายน008

ภาวะโลกร้อน กำลังจะทำให้ ธารน้ำแข็งในเทือกเขา Pyrenees ละลายหายไปหมดภายในปี 2050 เสียอีก, นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งในประเทศสเปนกล่าว วันศุกร์ที่ผ่านมา

“การเพิ่มของอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องถึง 0.9 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ปี 1890 จนถึงวันนี้ กำลังทำให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขา Pyrenees ในสเปนหายไปตลอดกาล ภายในปี 2050″ นักวิทยาศาสตร์กล่าว

การละลายของน้ำแข็งนี้ “เป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่เรากำลังประสบ ” Juan Gonzalez Tuba, ศาสตราจารอแห่งมหาวิทยาลัย Cantabria, ผู้ดูแลการค้นคว้านี้

“ผู้เขาที่สูงเป็นพื้นที่ ที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศและ อุณหภูมิอย่างมาก การที่ธารน้ำแข็งทั่วโลก กำลังละลายลงเช่นนี้ เป็นหลักฐานหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า ภาวะโลกร้อน กำลังเกิดขึ้นจริงๆ อย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้” Tuba กล่าว

นักค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยของสเปนเช่น Cantabria, Madrid และ Valladolid ได้รวบรวมผลการค้นคว้าผู้เขาต่างๆในสเปนสามที่: Pyrenees ติดกับชายแดนฝรั่งเศส, Picos ทางตะวันตกเชียงเหนือ Sierra Nevada ทางใต้, และผลการค้นคว้าได้ออกมาว่า:

“ในช่วง 1880 ถึง 1980, ธารน้ำแข็งอย่างน้อย 94 แห่งได้ละลายลงในพื้นที่ของคาบสมุทร Iberian และอีก 17 ละลายไปจนหมดตั้งแต่ช่วง 1980 จนถึงวันนี้”

ตอนนี้ มีธารน้ำแข็ง 21 แห่งในเทือกเขา Pyrenees — 10 แห่งอยู่ฝั่งสเปน อีก 11 แห่งอยู่ฝั่งฝรั่งเศส ธารน้ำแข็งรวมพื้นที่รวมกันมากถึง 4.5ตารางกิโลเมตร “ตั้งแต่ปี 1990 จนถึงวันนี้, จาการคำนวณของเรา ธารน้ำแข็งขนาดเล็กได้ละลายไปหมดแล้ว ส่วนธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ได้ลดขนาดลงมากถึง 60%” ผลจากการค้นคว้า

ธารน้ำแข็งที่อยู่ใต้สุดของยุโรปคือ Sierra Nevada ตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว มันได้ละลายหายไปตั้งเริ่มศตวรรษที่ 20, ส่วนธารน้ำแข็งในเทือกเขา Picos ตอนนี้ก็ไม่มีอยู่แล้วเช่นกัน

Glacial

ธารน้ำแข็งทั้งหมดในสเปนกำเนิดขึ้นในช่วง “ยุคน้ำแข็งย้อย” ในระหว่างปี 1300 ถึง 1860 ธารน้ำแข็งได้กำเนิดขึ่นเร็วที่สุดช่วงปี 1645 ถึง 1710

นักวิทยาศาสตร์สเปนก็ได้กล่าวอีกว่า การที่น้ำแข็งใน เทือกเขา Pyrenees กำลังละลาย ไม่ใช่เรื่องใหม่ ธารน้ำแข็งเล็กๆในพื้นที่นั้นได้เริ่มการละลายลงตั้งแต่ปี 1750 และ ช่วงเริ่มสัตวัดที่ 20 แล้ว

บทความอื่นๆ:
This entry was posted in ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Login with Facebook: