นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับทิสดีที่ว่า โลกเราร้อนขึ่นเพราะ “ก๊าซเรือนกระจก” ที่มาจากการกระทำของมนุษย์ — ความร้อนถูกเก็บกักไว้ และไม่สามารถออกไปสู่อวกาศ”หลังจากที่ถูกปล่อยมาจากดวงอาทิตย์

นักวิทยาศา

สตร์ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับทิสดีที่ว่า โลกเราร้อนขึ่นเพราะ “ก๊าซเรือนกระจก” ที่มาจากการกระทำของมนุษย์ — ความร้อนถูกเก็บกักไว้ และไม่สามารถออกไปสู่อวกาศ”หลังจากที่ถูกปล่อยมาจากดวงอาทิตย์
ก๊าซ ในปัจจุบันทำหน้าที่เหมือนกระจก, มันปล่อยให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้ามา, แต่ปิดกั้นไม่ให้มันออกไป ไม่ใช่ก๊าซทุกชนิดที่จะเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก ก๊าซบางชนิดจะคงที่และไม่เปลี่ยนรูป, มันจะคงอยู่ในบรรยากาศโลกตลอดไป, ซึ่งก๊าซพวกนี้ จะไม่ทำปติกริยาทาง เคมี หรือ ฟิสิกส์ ใดๆ ที่จะทำให้ อณุภูมิของโลกเปลี่ยน แต่ก๊าซที่จะอยู่บนโลกตลอดไปเช่น, น้ำ, จะทำปติกริยาทาง เคมี และ ฟิสิกส์ จะมีความสามารถที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกเปลี่ยนแปลงได้

ก๊าซที่จะเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก::

  • ไอน้ำ. เป็นประเภทก๊าชที่มีอยู่น้อยที่สุดในบรรยากาศ, แต่ที่สำคัญ, มันส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอณุภูมิของโลก ยิ่งอณุภูมิโลกสูงขึ้น ปริมาณไอน้ำในบรรยากาศก็มีมากขึ้น, แต่นั้นก็หมายความว่า ปริมาณฝน และ เมฆ ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน, ทำให้มันเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงอุนพูมโลกของก๊าซ เรือนกระจก
  • Carbon dioxide (CO2) เป็นส่วนประกอบที่มีน้อยแต่มีความสำคัญมากในบรรยากาศโลก, carbon dioxide ถูกปล่อยออกมาจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่นการปล่อยจากก้นทะเล หรือ จากการระเบิดของผูเขาไฟ นอกจากนี้ที่สำคัญยังเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่าของมนุษย์, การเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นดิน เพื่อการเกษตร และการเผาไหม้ของน้ำมันเชื่อเพลิง มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณ CO2 ในบรรยากาศมากถึง 1/3เท่า ในช่วงเวลาเพียงแค่ 200ปี นี้เป็นก๊าซที่มีความสำคัญมากๆต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก
  • Methane เป็นก๊าซ Hydrocarbon ที่มีที่มา มาจากทั้ง ธรรมชาติ และ มนุษย์, รวมถึงเกิดขึ้นจาการสลายตัวของขยะในน้ำที่เป็นแอ่งบ่อ, ในการใช้งานทางการเกษตร ที่สำคัญ ในการปลูกข้าว ในส่วนประกอบ โมเลกุล ต่อ โมเลกุล, methane นั้นมีการสร้างปฏิกิริยามากกว่าก๊าซ carbon dioxide มากมายหลายเท่า, แต่โชคดี ที่มันก็เป็นก๊าซที่มีอยู่น้อยมากในบรรยากาศโลก
  • Nitrous oxide เป็นก๊าซที่ทรงพลังมาก ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้ปุ๋ยในการทำการเกษตรของมนุษย์, การระเบิดของเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์, การผลิดกรด nitric และ การเผาไหม้ของร่างกายสิ่งมีชีวิตต่างๆ
  • Chlorofluorocarbons (CFCs) เป็นก๊าซที่มีปริมาณน้อยมากในบรรยากาศ แต่ความสามารถของมันก็คือการทำลายชั้นบรรยากาศลงนั้นเอง
The planet Mars has a thin atmosphere that contains low amounts of heat-trapping gases. As a result, Mars has a largely frozen surface that shows no evidence of life.
ก๊าซเรือนกระจกไม่มากพอ: ดาวอังคาร มีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก และมันมีก๊าซเก็บกักความร้อนอยู่น้อยมาก นั้นทำให้มันเป็นดาวที่มีอุณหภูมิต่ำมาก ซึ่งทำให้มานไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้
The atmosphere of Venus contains high amounts of carbon dioxide, resulting in a runaway greenhouse effect and surface temperatures hot enough to melt lead.
ก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป: ดาวศุกร์ มีปรีมาณ carbon dioxide ที่สูงมาก, ซึ่งเป็นผลให้มัน มีพื่นพิวที่ร้อนเกินกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ เพราะ ทุกสิ่งจะละลายบนพื้นผิวดาวศุกร์

บนโลก กิจกรรมของมนุษย์กำลังเปลี่ยนแปลงปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ ร้อยปีที่ผ่านมา การเผาไหม้ของ ถ่านหิน และ น้ำมันได้เพิ่มปริมาณของ Carbon dioxide (CO2) ในบรรยากาศเป็นปริมาณที่สูงมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า กระบวนการเผาไหม้ของ ถ่านหิน และนำมันนั้น จะนำ carbon มารวมกับ oxygen ในบรรยากาศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิด CO2 นอกจากนี้ยังมีเหตุผลสำคัญอื่นๆเช่น การเคลียพื้นที่เพื่อการเกษตร และ อื่นๆอีกมากมายที่เป็นกิจกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้ก๊าซเรือนกระจกมีปริมาณสูงขึ้นอย่างมาก

การทำนายผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้น ทำได้ยาก, แต่ที่มีความเป็นไปได้สูง คงจะเป็น:

  • โดยเฉลี่ย, โลกกำลังร้อนขึ้น บางพื้นที่อาจร้อนขึ้น บางพื้นที่อาจไม่
  • อุณหภูมิที่สูงขึ้น คงจะส่งผลให้เกิดฝนมากขึ้นหลังจากที่น้ำระเหยมากขึ้น, แต่พื้นที่ๆ แห้งอยู่แล้ว ก็จะแห้งมากขึ้นอีก, นั้นหมายความว่า พื้นที่ ที่ชื่น ก็จะชื้นขึ้น และตรงกันข้าม
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้นจะทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลมีมากขึ้น และทำให้น้ำแข้งในขั้วโลกเหนือและGreenland ละลาย, นั้นหมายความว่า ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น นอกจากนี้ น้ำทะเลจะขยาย เนื่องจากความร้อนของน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ระดับน้ำยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

รังสีจากดวงอาทิตย์

มีการขาดเดากันว่า การเปลี่ยนแปลงของการปล่อยรังสีที่มากขึ้นจากดวงอาทิต ได้ทำให้อากาศของโลกเปลี่ยนเช่นกัน

แน่ นอน รังสีจากดวงอาทิตย์ส่งผลต่อบรรยากาศโลกอย่างแน่นอน เพราะพลังงานทั้งหมดบนโลกมาจากมัน ตัวอย่างเช่น, การลดปริมาณการปล่อยรังสีในช่วง 1650-1850 ทำให้เกิดยุคน้ำแข็งเล็กๆ บนโลก

แต่มีการอธิบายต่างๆที่ พิสูจน์ว่า เหตุการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับ ดวงอาทิตย์:

  • ตั้งแต่ปี 1750, เป็นต้นมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณรังสีของดวงอาทิตที่ส่งถึงโลกเลย เพียงแต่การ เพิ่มลด ที่เล็กน้อยมาก มากเกินกว่าจะส่งผลอะไรได้
  • ถ้าเกิดว่าพระอาทิตส่งรังสีมากขึ้นจริง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทุกชั้นของบรรยากาศ แต่นี้ ชั้นบรรยากาศในระดับสูง กลับเย็นลง และชั้นบรรยากาศล่างร้อนขึ้น นั้นเป็นเพราะก๊าซเรือนกระจกถูกกักเก็บไว้ในชั้นบรรยากาศล่างนั้นเอง

ข้อมูลจาก: NASA.gov

แปลไทยโดย: Thaihotzone.com

บทความอื่นๆ: