
ของวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ (แรงกระทำจากวงโคจร) การระเบิดของภูเขาไฟ และการสะสมของแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศ รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของความร้อนที่เพิ่มขึ้นของโลกยังคงเป็นประเด็น การวิจัยที่มีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ อย่างไรก็ดี มีความเห็นร่วมทางวิทยาศาสตร์ (scientific consensus) บ่งชี้ว่า ระดับการเพิ่มของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นส่วนที่มี อิทธิพลสำคัญที่สุดนับแต่เริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมเป็นต้นมา สาเหตุข้อนี้มีความชัดเจนมากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีข้อมูลมากพอสำหรับการพิเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีสมมุติฐานอื่นในมุมมองที่ไม่ตรงกันกับความเห็นร่วมทางวิทยาศาสตร์ข้างต้น ซึ่งนำไปใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่อุณหภูมิมีค่าสูงขึ้น สมมุติฐานหนึ่งในนั้นเสนอว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลจากการผันแปรภายในของดวงอาทิตย์
ผลกระทบจากแรงดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นในฉับพลันทันใด เนื่องจาก “แรงเฉื่อยของความร้อน” (thermal inertia) ของมหาสมุทรและการตอบสนองอันเชื่องช้าต่อผลกระทบทางอ้อมทำให้สภาวะภูมิอากาศ ของโลก ณ ปัจจุบันยังไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจากแรงที่กระทำ การศึกษาเพื่อหา “ข้อผูกมัดของภูมิอากาศ” (Climate commitment) บ่งชี้ว่า แม้แก๊สเรือนกระจกจะอยู่ในสภาวะเสถียรในปี พ.ศ. 2543 ก็ยังคงมีความร้อนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสอยู่ดี
การป้องกันภาวะโลกร้อน
ความสงสัยเกี่ยวกับขนาดของภาวะโลกร้อนในอนาคตไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องทำอะไรเลย อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลก็ควรที่จะพัฒนานโยบายและตั้งเป้าหมายในการถ่วงดุลการสร้าง ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) การแก้ปัญหานี้ถูกสะท้อนกลับมาในการตัดสินใจของการประชุมที่ เมือง Rio ในปี 1992 ถึงการทำให้การแผ่ขยายของก๊าซเรือนกระจกคงที่ ในปี 1999 – 2000 การประชุมเกี่ยวกับภูมิอากาศโลกในปี 1995 ที่กรุง Berlin เห็นด้วยกับการไปสู่เป้าหมายของการลดการขยายของก๊าซเหล่านี้
เป้าหมายของถ้อยแถลงนี้นำไปสู่การใช้งานทั้งสิ่งที่พัฒนาไปแล้วและสิ่งที่กำลังจะทำการพัฒนาต่อไป การกระทำที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน, โรงผลิตกระแสไฟฟ้าและยานพาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษต่ำ, การพัฒนากระบวนการอุตสาหกรรม และการขนส่งสาธารณะ, การนำแหล่งพลังงานกลับมาใช้ใหม่ให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้คือการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเราจึงต้องการนโยบายที่ใช้แก้ปัญหาทั้งส่วนของรัฐบาลและเอกชน
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากคุณ Rawiwan ด้วยครับ







ภาพน่ากลัวจังค่ะ แต่ก็น่ากลัวจริงๆอ่ะ
แล้วเรื่องที่เขาว่ากันว่าอีก 3 ปี อ่ะค่ะ จะเป็น “วันสิ้นโลก” อ่ะค่ะ จริงหรือเปล่าค่ะ
ใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ
อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล นะครับ ส่วนตัวผมเองแล้วนั้นคิดว่า อะไรจะเกิดก็ขอให้เกิด เพียงแค่เราควรทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ
ยังไงก็เกิดขึ้นแน่แน่ถ้าเราไม่ช่วยกัน
ถามว่าวันไหนเป็นวันสิ้นโลก แล้วใครจะไปตอบได้ แต่ถ้ามนุษย์ยังขาดจิตสำนึกต่อโลก วันสิ้นโลกอาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคาดไว้แน่นอน
ขออนุญาตเอาไปสอนเด็ก ป.5 ร.ร.บ้านหนองเม็ก ขอบคุณครับ
ฝากด้วยครับหากมีการเข้าค่ายวิชาการลดโลกร้อนแจ้งให้ทราบด้วยจะนำนักเรียน ป.5 ร.ร.บ้านหนองเม็ก นาเชือก เข้าร่วมครับ