ปลาวาฬเกยตื้น

ผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาเกี่ยวกับชายฝั่งทางด้านของออสเตเลียอาจจะเกิดผลเสียได้เพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อนทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้องมาหาอาหารใกล้ฝั่งมากขึ้น

ปลาวาฬและโลมาปากขวดประมาณ 90 ตัว ตายเมื่อ อาทิตย์ที่แล้วใน ฮามีลิน เบย์ ทางตะวันออกของประเทศ

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ มันส่งผลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้องเกือบ 500 ชีวิตตายลงที่หาดทางตอนใต้ของออสเตรเีลียภายในช่วงเวลาแค่ 4 เดือน รวมถึงสัตว์อีกกว่า 200 ตัวบนเกาะ King Island

นัวค้นคว้าได้ออกมาบอกว่าการที่ปลาวาฬขึ้นฝั่งนั้นเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1920 และมันจะเกิดขึ้นทุก 12 ปี หลังจากที่แหล่งอาหารของมันอพยพไปทางตอนใต้

อาจารย์ Bradshaw ในมหาวิทยาลัย Adelaide กล่าวว่า “สัตว์เหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหาอาหาร และนี้คือสิ่งที่มันทำ”

“แต่ถ้าพวกมันเข้าใกล้พื้นที่ๆ อาจจะก่อเกิดอันตรายได้นั้นอาจจะเป็นเพราะว่าแหล่งอาหารในพื้นที่ๆ มันหาอยู่นั้นไม่เพียงพอ” Bradshaw กล่าวถึง AFP

ล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้นั้นเกิดขึ้นในปี 2004/2005 ระหว่างฤดูร้อน จำนวนสัตว์ที่เข้ามาหาอาหารในพื้นที่อันตรายนั้นมีประมาณ 30 ตัวต่ออาทิตย์ และ ทุกๆ 4 วันจะมีสัตว์ตาย 1 ตัว ยอดรวมของสัตว์ที่เกยตื้นและตายระหว่างฤดูร้อนในปีนั้นและเมื่อนั้นมาบวกกับของปีก่อนๆ ผลลัพย์ที่ออกมานั้นน่าเป็นห่วงอย่างมาก

“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศโดยมันอาจจะดีขึ้น หรือเลวร้ายลงก็เป็นไปได้ อย่างเช่นสภาพอากาศหนาวสุดเกิดขึ้นทุกๆ สิบปี มันอาจจะลดลงเหลือแค่ทุกๆ ห้าปี ซึ่งเกิดขึ้นแ้ล้วในบางประเทศ เราอาจจะเริ่มเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ” Bradshaw กล่าว

Webmaster: ครับผมคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นทุกๆ 12 ปีเมื่อ 80-90 ปีที่แล้วแต่ผมคิดว่ามันอาจจะลดลง เหลือแค่ 3-4 ปีหรืออาจจะเกิดขึ้นทุกปีก็ได้ครับเพราะสภาพอากาศในประเทศไทยตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะแปรปรวนครับอย่างที่เห็นๆ กันอยู่เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็หนาว สักพัก ฝนก็ตก สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดมาจาก ผลกระทบของภาวะโลกร้อนครับ ผมก็อยากฝากทุกๆ คนนะครับว่า ช่วยกันหยุด ภาวะโลกร้อน ก่อนที่คนรุ่นหลังจะเห็นปลาวาฬ หรือ โลมา แค่ในหนังสือเรียนครับผม

ข้อมูลจาก StopGlobalWarming.org
แปลโดย ThaiHotZone.com

บทความอื่นๆ: